SEA BUCKTHORN  พืชมหัศจรรย์ ตำนานแห่งสมัยกรีกโบราณ

               สวัสดีค่ะ วันนี้ Tropicalife จะพาไปรู้จักกับพืชชนิดหนึ่ง ที่เชื่อว่าเมื่อหลายๆคนได้ยินชื่อของมันครั้งแรก ก็จะต้องย้อนอ่านใหม่อีกรอบ เพราะชื่อที่ค่อนข้างไม่คุ้นหู แต่เชื่อไหมคะว่าพืชชนิดนี้มีอายุมาแล้วกว่า 25-65 ล้านปีเชียวนะคะ! และชื่อของพืชชนิดนี้ก็คือ.....   SEA BUCKTHORN(ซีบัคธอร์น)

            เจ้าพืชชื่อแปลกsea buckthorn มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hippophae Rhamnoides ซึ่งเป็นพืชจำพวกไม้พุ่มในตระกูล Elaeagunus ซีบัคธอร์นพบกระจายอยู่ทั่วไปทั้งแถบเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ โดยมากจะขึ้นในแถบที่มีอากาศหนาวเย็นและระดับความสูง 2,500 – 4,000 เมตร เช่นประเทศจีน มักออกผลในช่วงฤดูร้อน จะเริ่มสุกในเดือนกันยายนลักษณะคือ จะมีหนามและมีระบบรากที่แข็งแรงและซับซ้อนมากๆ และรากของมันยังมีคุณสมบัติกักเก็บน้ำได้ดีมากอีกด้วย โดยปกติทั่วไป ซีบัคธอร์นจะมีความสูงอยู่ที่ 0.5 - 6 เมตร แต่ในตอนกลางของทวีปเอเชียจะพบขนาดความสูงของต้นซีบัคธอร์นถึง 18 เมตร และเป็นพืชที่แข็งแกร่งมากเพราะสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่แห้งแล้งหรือดินทราย สามารถทนต่อสภาพหนาวจัดและดินเค็มได้ดี เพราะสาเหตุนี้จึงทำให้มันสามารถกักเก็บคุณประโยชน์ไว้ได้อย่างครบถ้วนไม่มีตกหล่นไปแม้แต่ข้อเดียว และมีใบที่เรียวยาว โดยผลของ ซีบัคธอร์นนั้น มีลักษณะเป็นพวง สีสันสดใสน่ากินสุดๆ ^__^ คือมีสีเหลือง-ส้ม แล้วแต่ว่าเป็นระยะอ่อนหรือแก่ ลักษณะลูกกลมๆรีๆ (ถ้านึกไม่ออกลองหลับตาแล้วนึกภาพขนมไทยทองหยอดบ้านเรา ^_^ ) และน้ำหนักของผลที่สุกเต็มที่ อยู่ที่4-60 กรัม /100ผล และใน1ผลจะมีเพียง1เมล็ด ซึ่ง1เมล็ดตรงนี้แหละที่เป็นจุดพีคและเป็นหัวใจสำคัญ เพราะว่ามีประโยชน์มากที่สุดและได้รับความนิยมเอามาสกัดเป็นน้ำมันที่มีราคาแพงมากกก  ซีบัคธอร์นเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดมากๆ แต่ถึงแม้ว่ามันจะมีความแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่ก็ยังมีจุดอ่อนอยู่เหมือนกัน เช่น ซีบัคธอร์นจะไม่สามารถทนได้ หากต้องอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นพืชที่มีความแข็งแกร่งโดยแท้จริงเพราะไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบนิเวศน์มากเท่าพืชชนิดอื่นๆ ไม่ต้องหลบแดด ไม่ต้องรดน้ำบ่อย ช่างเหมาะกับคนที่รักธรรมชาติแต่ชอบลืมรดน้ำจริงๆ (เช่นแอดมินเป็นต้น ^^)  sea buckthornแพร่พันธุ์โดยการที่ พืชเพศผู้จะผลิตดอกสีน้ำตาลเป็นเกสรดอกไม้ แพร่ไปตามลม พืชเพศเมียจะผลิตผลเบอร์รี่ขนาด 6-9 มิลลิเมตร ซึ่งในผลนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุนานาชนิด จึงทำให้ส่วนผลถูกนิยมนำไปสกัดเป็นน้ำมันนำไปใช้ประโยชน์มากที่สุด ซึ่งถ้ามองจากภายนอกเชื่อว่าคุณต้องนึกไม่ถึงแน่ๆ ว่าเจ้าซีบัคธอร์นพืชสีสันฉูดฉาดสดใสนี้จะมีสรรพคุณและคุณประโยชน์มากแค่ไหนกัน? ลองให้นึกเล่นๆดูนะคะ ...... เมื่อนึกเสร็จแล้วเราอยากจะบอกคุณว่า สิ่งที่คุณคิดนั้นมันเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับสรรพคุณจริงๆของเจ้าซีบัคธอร์นเพราะว่าจริงๆแล้วประโยชน์ของพืชชนิดนี้เรียกได้ว่า ครอบจักรวาล กันเลยทีเดียว  

           ส่วนเรื่องที่มาที่ไปและตำนานชื่อทางวิทยาศาสตร์ของsea buckthornที่ได้ชื่อว่า Hippophae ก็เป็นเรื่องเล่าที่มาจากสมัยกรีกโบราณ กล่าวคือ เมื่อครั้งโบราณชาวกรีกได้ใช้พืชซีบัคธอร์นเพื่อบำบัดรักษาม้า ช่วยให้ฝูงม้าที่ก่อนหน้านั้นผอมแห้งแรงน้อย ได้กลับกลายมาผงาดกลายเป็นม้าพันธุ์ดีที่มีขนดกเงางาม แลดูสง่างามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากตำนานนี้เอง จึงทำให้มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hippophae โดยคำว่า Hippo แปลว่า ม้า และ Phaos ที่แปลว่า ส่องแสง เงางาม และนอกจากนั้นยังมีหลักฐานเกี่ยวกับประโยชน์ของ ซีบัคธอร์นจากที่อื่นๆอีก เช่น ในสมัยโบราณพบว่าชาวทิเบตและมองโกเลียใช้ผลของซีบัคธอร์นรักษาอาการไอ และปรับระบบการไหลเวียนของเลือด ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร  ชาวรัสเซียและอินเดียแถบเทือกเขาหิมาลัยใช้ ซีบัคธอร์นสำหรับรักษาโรคผิวหนัง ดีซ่าน หอบหืด เป็นยาระบาย โรคความดันโลหิตสูง ลดอาการอักเสบ และอีกมากมายหลายประเทศที่มีการเอาซีบัคธอร์นไปใช้ประโยชน์ทางด้านต่างๆ และเมื่อ กว่า1,000 ปีที่แล้ว ซีบัคธอร์นได้ถูกลงชื่ออยู่ในตำรับยาจีนตั้งแต่สมัยโบราณของราชวงศ์ถัง เปรียบเสมือนแหล่งขุมทรัพย์แห่งความงามและเคล็ดลับการมีสุขภาพดี จนถูกยกให้เป็นสมบัติล้ำค่าของแผ่นดินจีน และต่อมารัสเซียได้บันทึกชื่อ SEA BUCKTHORN ให้เป็นยา ที่นอกจากจะใช้สำหรับรักษาโรคแล้วยังใช้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมความงามอีกด้วย    

           และในปัจจุบันวงการอุสาหกรรมความงามต้องสั่นสะเทือน! เมื่อมีเจ้าพืชซีบัคธอร์นได้ย่างกรายเข้ามาในวงการผลิตภัณฑ์ความงามนี้ จากผลการวิจัยมากมายเกี่ยวกับพืชชนิดนี้ พบว่า ผลของซีบัคธอร์นที่จะมีเมล็ดสีดำเล็กๆเพียง1เมล็ดในนั้น มันคือ1เมล็ดที่ล้ำค่าและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ทำให้ส่วนนั้นนิยมถูกนำมาสกัดเอาน้ำมัน เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต่างๆ เช่น น้ำมันบำรุงผิวหน้า,ครีมทาผิว,โลชั่น,สบู่,ลิปบาล์ม,น้ำมันนวดและอื่นๆ เพราะน้ำมันที่สกัดจากผลซีบัคธอร์นให้คุณประโยชน์ต่อผิวและส่วนอื่นๆในร่างกายได้มากกว่าสารสกัดจากพืชหลายๆตัว สารอาหารสำคัญจากน้ำมันซีบัคธอร์น เช่น 

   SEA BUCKTHORN

1.อุดมไปด้วยวิตามินมากมาย ได้แก่ วิตามิน E,D,A,C และ K เจ้าพืชซีบัคธอร์นมีวิตามินซีสูงมากกว่าผลไม้ทุกๆชนิด มากกว่าส้มถึง 15 เท่า ช่วยในการฟื้นฟูผิวให้ผิวพรรณดูสวย

2.เป็นแหล่งรวมของโอเมก้า (Omega) 7,3,6,9 ช่วยลดการอักเสบของสิวได้ดี

3.มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงถึง 80% ซึ่งเจ้ากรดไขมันนี้เป็นแหล่งสำคัญของการผลิตคอลลาเจน เพื่อสุขภาพของผิว ผม และเล็บ

4.น้ำมันซีบัคธอร์นอุดมไปด้วย S.O.D ( Super Oxide Dismutase สารต้านอนุมูลอิสระ) โดยมีปริมาณเข้มข้นกว่าโสมถึง 4 เท่าช่วยชะลอความแก่ ปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ ลดริ้วรอย ทำให้แลดูอ่อนเยาว์

5.ช่วยซ่อมแซมและรักษา สร้างเยื่อบุผิวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ช่วยย่นระยะเวลาการซ่อมแซมผิว 3 ระดับคือ จากการ ไหม้ แผล และการเจ็บป่วยจากการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

6.กักเก็บความชุ่มชื่นของผิวได้ดีเยี่ยม

             

           มาถึงตรงนี้หลายๆคนคงกำลังทึ่งกับคุณประโยชน์ของเจ้าพืชชื่อแปลก sea buckthorn ที่ไม่น่าเชื่อว่าภายนอกที่ดูเผินๆสวยงามสีสันสดใสเป็นเหมือนพืชประดับระบบนิเวศน์ทั่วไป ดูเหมือนไม่มีอะไรนอกจากสีสันที่สะดุดตา แต่จริงๆแล้วมีเรื่องน่าทึ่งมากมายซ่อนอยู่ ทั้งอายุที่มีมาหลายสิบล้านปีทั้งสรรพคุณที่มีมากแบบครอบจักรวาล ทำให้ในวันนี้ น้ำมันที่ได้จากการสกัดของซีบัคธอร์นมีความล้ำค่าทั้งทางด้านสรรพคุณและราคา ส่งผลให้ตอนนี้วงกาผลิตภัณฑ์ความงามให้ความสนใจและต้องการน้ำมันซีบัคธอร์นไปเป็นส่วนผสมให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเองและในประเทศไทยก็มีบริษัทที่นำเข้าและจัดจำหน่ายน้ำมันsea buckthornเข้ามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช่น บริษัท TROPICALIFE มีน้ำมันซีบัคธอร์นคุณภาพสูงนำเข้าจากประเทศ Ukraine มีตั้งแต่ 30 ml ไปจนถึง 1,000 ml สำหรับใครที่ต้องการเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าและกำลังมองหาวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยม แนะนำเลือกวัตถุดิบจากTROPICALIFE แล้วคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ ^__^ 

เรียบเรียงข้อมูลโดย : https://buytropicalife.com/

ภาพประกอบ : https://buytropicalife.com/

อ้างอิง: http://www.tips2health.com     ,         https://guru.sanook.com       ,        https://zeninnovation.co.th